Categories

EUROPE CLASSIC REROUTE 9 DAYS -TG TGVTG(3-11 ธ.ค.2561)*

EUROPE CLASSIC REROUTE 9 DAYS -TG TGVTG(3-11 ธ.ค.2561)*

EUROPE CLASSIC REROUTE 9 DAYS -TG

 ฝรั่งเศส-สวิตเซอร์แลนด์-อิตาลี 9 วัน

ปารีส-เข้าพระราชวังแวร์ซายส์-ล่องเรือแม่น้ำแซน-เขาจุงฟราว(Top of Europe)

มิลาน-เวนิส-ปิซ่า-โรม

 

รายละเอียดเพิ่มเติม


฿59,500

25 รายการในร้านค้า

กำหนดการเดินทาง EUROPE CLASSIC REROUTE 9 DAYS -TG

21-29 ก.ย. / 19-27 พ.ย. / 3-11 ธ.ค.2561/22 - 30 ต.ค.2561

วันแรก              กรุงเทพฯ 

21.00น.             นัดคณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ  ชั้น 4 ประตูหมายเลข 2-3 เคาน์เตอร์ สายการบินไทย  เคาน์เตอร์ D เจ้าหน้าที่พร้อมคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านเอกสารและสัมภาระ

**กรณีที่บางท่านเดินทางมาจากต่างประเทศหรือต่างจังหวัดกรุณาตรวจสอบเวลาการเดินทางแต่ละ    กำหนดการเดินทางอีกครั้งก่อนทำการจองตั๋วโดยสารส่วนตัวของท่าน เนื่องจากรายการทัวร์เป็น รายการซีรี่และได้มีการดำเนินการไว้ล่วงหน้าหลายเดือน เมื่อเปลี่ยนฤดูกาล เวลาการเดินทางอาจมี การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย** 

 

วันที่สอง           ปารีส-แวร์ซายส์-ปารีส-ล่องเรือแม่น้ำแซน-เวอร์ลิซี่  (ฝรั่งเศส) 

00.05 น.       นำท่านออกเดินทางสู่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส  โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG930

07.05 น.       เดินทางถึงสนามบินชาร์ลเดอโกลล์ Charles de Gaulle สนามบินกรุงปารีส หลังผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง และตรวจรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางสู่เมืองแวร์ซายส์ เมืองที่ตั้งของพระราชวังหรูหราชื่อดังของโลก ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงปารีส ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของมหานคร ปารีส นำท่านเข้าชม พระราชวังแวร์ซายส์ Versailles Palace พระราชวังที่ยิ่งใหญ่และสวยงามแห่งหนึ่งของโลกและนับเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคปัจจุบันด้วย เดิมนั้นแวร์ซายส์เป็นเพียงเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งเท่านั้น มีผู้คนอาศัยอยู่เบาบาง บริเวณส่วนใหญ่เป็นป่าเขาเยี่ยงชนบทอื่นๆ ของฝรั่งเศส เมื่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 แห่งฝรั่งเศสยังทรงพระเยาว์ ขณะพระชนมายุได้ 23 พระชันษา ทรงนิยมล่าสัตว์ในป่า และ ทรงเห็นว่าตำบลแวร์ซายส์น่าจะเหมาะแก่การประทับเพื่อล่าสัตว์ จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระตำหนักขึ้นมา ใน พ.ศ. 2167 พระราชวังแวร์ซายส์ อดีตพระราชวังในยุคสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่14 ที่สร้างได้อย่างวิจิตรบรรจงจนกลายเป็นต้นแบบของพระราชวังอื่นๆ มากมาย เดิมทีเมื่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 แห่งฝรั่งเศสยังทรง พระเยาว์ ทรงนิยมล่าสัตว์และทรงเห็นว่าตำบลแวร์ซายส์น่าจะเหมาะแก่การประทับเพื่อล่าสัตว์ จึงโปรดเกล้า  สร้างพระตำหนักขึ้นมาในปี 1624 โดยในช่วงแรกเป็นเพียงกระท่อมเล็กๆ สำหรับพักชั่วคราวเท่านั้น เมื่อ พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ขึ้นครองบัลลังก์ จึงมีพระประสงค์ที่จะสร้างพระราชวังแห่งใหม่ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการ ปกครองของพระองค์ จึงเริ่มมีการปรับปรุงพระตำหนักเดิมในปี 1661 โดยใช้เงินทั้งหมด 5 แสนล้านฟรังค์คนงานอีก 30,000 คนและใช้เวลาอยู่ถึง 30 ปีจึงแล้วเสร็จในปี 1688 ทุกส่วนทำด้วยหินอ่อนสีขาวเป็นแบบ
                        อย่างศิลปกรรมที่งดงามมาก  การก่อสร้างพระราชวังแวร์ซายส์แห่งนี้ได้นำเงินมาจากค่าภาษีอากรของ ราษฎรชาวฝรั่งเศส ต่อมาจึงได้มีกองทัพประชาชนบุกเข้ายึดพระราชวังและจับพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 แห่งฝรั่งเศส กับพระนางมารี อองตัวเนต ประหารด้วยกิโยติน ในวันที่ 16 ตุลาคม 1789 ปัจจุบันพระราชวังแวร์ซายส์ยังอยู่ในสภาพดีและเปิดให้ประชาชนเข้าชมได้ นำท่านชมภายในที่มีการแบ่งเป็นห้องต่างๆ อาทิ ห้อ บรรทม  ห้องเสวย  ห้องสำราญ เป็นต้น ทุกห้องล้วนมีเครื่องประดับงดงามตระการตาและภาพเขียนที่มีชื่อเสียง อาทิ ห้องกระจก (Galerie des Glaces หรือ The Hall of Mirrors) เป็นห้องที่มีชื่อเสียงมากที่สุดซึ่ง เคยใช้เป็น ห้องลงนามในสัญญาสงบศึกระหว่างสัมพันธมิตรกับจักรวรรดิเยอรมัน ในสงครามโลกครั้งที่ 1 และใช้เป็นที่ลงนาม ในเมื่อเยอรมนีบุกตีชนะฝรั่งเศสในสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วย ห้องนี้พระเจ้าหลุยส์ที่                      14 ทรงทำการก่อสร้างเอง ภายในห้องประกอบด้วยกระจกยักษ์ 17 บาน เปิดออกแล้วจะเห็นสวนแวร์ซายส์ อันสวยงาม ในพระราชวังแวร์ซายส์มีห้องทั้งหมด 700 ห้อง  รวมภาพวาดทั้งหมด 6,123 ภาพและงานแกะ                    สลักทั้งหมด 15,034 ชิ้น พร้อมฟังบรรยายจากมัคคุเทศก์ทั้งในส่วนของกษัตริย์และพระราชินีรวมทั้งห้องโถงกระจกที่ทูตจากสยามได้เคยเข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ที่14 ให้เวลาท่านเดินเล่นบริเวณอุทยานด้านหลังก่อน เดินทางกลับเข้า นครปารีส มหานครที่คนทั่วโลกใฝ่ฝันอยากมาเยือน  

กลางวัน      รับประทานอาหารกลางวัน ณ.ภัตตาคารจีน

บ่าย       นำท่านเดินทางกลับเข้าปารีส นำท่านชมมหานครปารีส นครหลวงแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส ที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากมายกว่า 20 ล้านคนต่อปี ด้วยประวัติศาสตร์ที่ยาวนานทั้งศิลปะและสถาปัตยกรรมที่สวยงาม รวมทั้งเป็นศูนย์กลางของแฟชั่นที่ทันสมัย นำท่านชมโดยรอบเริ่มจากเก็บภาพสวยของหอคอยไอเฟิลบริเวณหน้าโรงเรียนการทหารหรือจัตุรัสทรอคาเดโร,ผ่านชมประตูชัยแห่งจักรพรรดินโปเลียน ณ.จัตุรัสชาร์ลสเดอโกลล์, ถนนชองเอลิเซ่ย่านหรูหราราคาแพงที่โด่งดัง จัตุรัสคองคอร์ตที่ตั้งของเสาหินโอเบลิสจากวิหารลักซอร์ในอียิปต์, โดมอินวาลิด สถานที่เก็บพระศพจักรพรรดินโปเลียน เป็นต้น ให้ท่านถ่ายรูปภายนอกกับพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ พิพิธภัณฑ์ทางศิลปะตั้งอยู่ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงที่สุด เก่าแก่ที่สุดและใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ได้รับการออกแบบจากสถาปนิกชาวจีน-อเมริกัน ซึ่งได้เปิดให้สาธารณะชนเข้าชมได้เมื่อปี ค.ศ.1793 มีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่สมัยราชวงศ์กาเปเซียง ตัวอาคารเดิมเคยเป็นพระราชวังหลวง ซึ่งปัจจุบันเป็นสถานที่ที่จัดแสดงและเก็บรักษาผลงานทางศิลปะที่ทรงคุณค่าระดับโลกเป็นจำนวนมาก อย่างเช่น ภาพเขียนโมนาลิซา ผลงานของเลโอนาร์โด ดาวินชี หรือภาพ Venus de Milo ของอเล็กซานดรอสแห่งแอนทีออก ในปี ค.ศ.2006 ซึ่งพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์มีผู้มาเยี่ยมชมเป็นจำนวน 8.3 ล้านคน ทำให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีผู้มาเยี่ยมชมมากที่สุดในโลกและยังเป็นสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุดในกรุงปารีส  จากนั้นนำท่าน ล่องเรือแม่น้ำแซน แม่น้ำสายหลักของนครปารีส ชมทัศนียภาพสองฟากฝั่งและสถาปัตยกรรมอันงดงามของอาคารสวยงามต่างๆ  จากนั้นหากมีเวลาให้ท่านเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมจากร้านค้าปลอดภาษี ไม่ว่าจะเป็น กระเป๋าเดินทางริโมวา, กระเป๋าแบรนด์ดัง รวมถึงน้ำหอมต่างๆ  

ค่ำ          รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง 

      นำท่านเดินทางสู่เขตเมืองเวอร์ลิซี่เพื่อนำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมระดับ 4 ดาว หรือระดับเทียบเท่า

 

วันที่สาม           เวอร์ลิซี่-แรงส์-กอลมาร์ (ฝรั่งเศส)

เช้า       รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

           นำท่านเดินทางสู่ เมืองแรงส์ Reims เป็นเมืองในจังหวัดมาร์นแคว้นชองปาญ-อาร์แดน ในประเทศฝรั่งเศส                  เมืองแรงส์ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส ราว 129 กิโลเมตรทางรถยนต์ (ใช้เวลาเดินทาง                                ประมาณ 2.30 ชั่วโมง) นำท่านชม เมืองแรงส์ Reims เป็นเมืองที่ตั้งของมหาวิหารแรงส์ หรือ มหาวิหารนอ                        เทรอดามแห่งแรงส์ เข้าชม มหาวิหารแห่งแรงส์ Notre Dame Reims Cathedral ของประเทศฝรั่งเศส ที่               เคยใช้ในพิธีสวมมงกุฎกษัตริย์ มหาวิหารที่เห็นในปัจจุบันสร้างบนมหาวิหารเดิมที่ถูกไหม้ไปเมื่อ ค.ศ.1211              ที่พระเจ้าโคลวิสที่ 1 ผู้ถือกันว่าเป็นพระเจ้าแผ่นดินองค์แรกของ  ฝรั่งเศสได้ทำพิธีรับศีลจุ่มจากนักบุญเรมี                      บาทหลวงของเมืองแรงส์เมื่อค.ศ.496 เป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิค ที่มีความสวยงามสร้างขึ้นเพื่ออุทิศ                                    ให้กับพระแม่มารี มหาวิหารนอเทรอดามแห่งแรงส์ได้รับเลือกโดยองค์การยูเนสโก้ให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดก                    โลกเมื่อปี ค.ศ.1991

กลางวัน        รับประทานอาหารกลางวัน ณ.ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย          นำท่านเดินทางสู่ เมืองกอลมาร์ Colmar (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง) เมืองเล็กๆ อันเป็นเมืองบ้านเกิดของจิตรกรและช่างแกะพิมพ์ มาร์ติน โชนเกาเออร์ และประติมากรเฟรเดริก โอกุสต์ บาร์ตอลดี ผู้ออกแบบอนุเสาวรีย์เทพีเสรีภาพ เป็นเมืองที่มีความโรแมนติคเมืองหนึ่งของฝรั่งเศส และเป็นสถานที่ที่คู่รักมักจะให้คำสัญญาในความรักระหว่างกันและกัน ด้วยบรรยากาศที่สวยงามและสถาปัตยกรรมของอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ จึงทำให้เมืองกอลมาร์เป็นอีกหนึ่งในสถานที่โรแมนติคในฝันของใครอีกหลายคน  

    จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมระดับ 3 ดาว หรือระดับเทียบเท่า

ค่ำ       รับประทานอาหารค่ำที่โรงแรมที่พัก จากนั้นให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย 

 

วันที่สี่               กอลมาร์ (ฝรั่งเศส)-จุงฟราว-อินเทอร์ลาเก้น (สวิตเซอร์แลนด์)

เช้า                   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

                        นำท่านผ่านชม เมืองกอลมาร์ ดินแดนแห่งความงามที่มีอาคารบ้านเรือนสวยงาม มีจุดเด่นอยู่ที่ความงามของดอกไม้ที่มีอยู่ทั่วเมือง (ในช่วงฤดูร้อนและช่วงฤดูหนาวจะมีสเน่ห์กันไปคนละแบบ) จัดเป็นอีกเมืองที่ถูกจัดให้เป็นเมืองที่มีความโรแมนติค จนได้รับการขนานนามว่า ลิตเติ้ลเวนิซ Little Venice ปัจจุบันเมืองเก่าแก่แห่งนี้ได้กลายเป็นเมืองที่น่ามาเยือนเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศฝรั่งเศส เป็นเมืองที่มีลักษณะสถาปัตยกรรมและบรรยากาศของเมืองโบราณ มีบ้านเรือนที่สวยงาม และได้รับการดูแลรักษาไว้เป็นอย่างดี บ้านเรือนแบบนี้ เรียกว่า Colombage ในภาษาฝรั่งเศส หรือ Fachwerkhaus ในภาษาเยอรมัน เป็นบ้านครึ่งไม้ซุงซึ่งเป็นแบบบ้านที่เป็นเอกลักษณ์และเห็นได้ทั่วไปในแคว้นอัลซาส ลักษณะพิเศษของบ้านจะขึ้นโครงบ้านด้วยไม้ทั้งหลังรวมทั้งหลังคาก่อน จากนั้นก็จะโบกปูนระหว่างช่องไม้แล้วทาทับด้วยสีสันสวยงามตามใจเจ้าของบ้าน เมืองนี้ยังมีคลองน้ำไหลผ่านมีทัศนียภาพงดงาม จากนั้นนำท่านเดินทางข้ามพรมแดนสู่ เมืองกรินเดอร์วาลกรุน (Grinderwald Grund) ชุมชนเล็กๆ น่ารักในเขตประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ชั่วโมง) นำท่าน ขึ้นรถไฟฟ้า (Cog Wheel) สายจุงฟราวบาห์เนน (Jungfrau Banen) สู่ ยอดเขาจุงฟราว ซึ่งตลอด 2 ข้างทางท่านจะได้สัมผัสกับธรรมชาติของภูเขาที่มีหิมะปกคลุมและแนวป่าสนที่งดงาม ระหว่างการเดินทางรถไฟจะจอดให้ท่านชมความงดงามและยิ่งใหญ่ของเทือกเขาแอลป์ ชมธารน้ำแข็งที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก จนเดินทางถึง ยอดเขาจุงฟราวยอร์ค  ซึ่งมีความสูงกว่า 3,571 เมตรจากระดับน้ำ
ทะเล และได้รับการขนานนามว่า TOP OF EUROPE ที่เพิ่งฉลองครบรอบ 100 ปี ของการก่อสร้างเส้นทางรถไฟสายนี้ เมื่อ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ ค.ศ.2012 ให้ท่านเดินชมประวัติของการก่อสร้าง

กลางวัน                รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมืองบนยอดเขา Top of Europe Restaurant

บ่าย                        นำท่านชมวิวสวยและสัมผัสอากาศที่หนาวเย็นบนสถานีตรวจวัดสภาพภูมิอากาศ Sphinx จากนั้นนำชม ถ้ำน้ำแข็ง ที่ได้รับการขุดเจาะและตกแต่งไว้อย่างงดงามก่อนให้เวลาเดินเล่นสบาย ๆ หรือซื้อไปรษณียบัตรส่งกลับบ้านจาก TOP OF EUROPE  สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางลงจากจุงฟราว สู่สถานรถไฟฟ้า เมืองเลาเท่นบรุนเน่น โดยเป็นเส้นทางรถไฟอีกด้านหนึ่ง (แวะเปลี่ยนรถไฟที่สถานีไคลน์ไชเด็ค จุดเปลี่ยนรถไฟ ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 เคยเสด็จเมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2440) นำท่านเดินทางเข้าสู่ เมืองอินเทอร์ลาเก้น Interlaken เมืองสวยในหุบเขาที่ตั้งริมฝั่งของ 2 ทะเลสาบ คือทะเลสาบธุนน์และเบรียนซ์ อยู่เหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 570 เมตร ถูกโอบล้อมด้วยภูเขา ทุ่งหญ้า ทะเลสาบและสวนผลไม้ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) ชมเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศสวิตเซอร์แลนด์และคึกคักตลอดปี มีความงดงามและบรรยากาศที่เงียบสงบและอาคารโบราณจากยุคศตวรรษที่ 19 ส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้สไตล์สวิสชาเล่ต์ ในย่านถนนโฮอีเวก Hoheweg ศูนย์กลางการช้อปปิ้งในอินเทอร์ลาเก้น และยังเป็นที่ตั้งของเมืองที่เป็นจุดเริ่มต้นสู่ยอดเขาจุงฟราวที่เป็นส่วนหนึ่งของแนวเทือกเขาแอลป์ฉายา Top of Europe ให้ท่านมีเวลาเดินเล่นหรือเลือกซื้อสินค้าของฝากหรือสินค้าคุณภาพดีของสวิส

ค่ำ                    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน

                        จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมระดับ 3 ดาว หรือระดับเทียบเท่า

 

วันที่ห้า             อินเทอร์ลาเก้น (สวิตเซอร์แลนด์)-เวนิสมาสเทร่ (อิตาลี)

เช้า          รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

            นำท่านเดินทางข้ามพรมแดนสู่ประเทศอิตาลี เดินทางสู่ เมืองมิลาน Milan หรือ มิลาโน Milano ในภาษา     อิตาเลียนซึ่งป็นเมืองสำคัญในภาคเหนือของประเทศอิตาลี เมืองแห่งแฟชั่นดีไซน์เนอร์ชื่อดังของอิตาลี (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง)

กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน

บ่าย          นำท่านชมภายนอกและถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับความยิ่งใหญ่ของ มหาวิหารแห่งเมืองมิลานหรือมิลานดูโอโม ที่สร้างโดยสถาปัตยกรรมแบบนีโอโกธิคที่งดงามด้วยอาคารขนาดใหญ่เป็นอันดับสามในยุโรปที่มียอดแหลมนับร้อยยอดและภายในยังสงบเงียบแต่สวยงามด้วยกระจกสีสเตนกลาส ซึ่งสร้างขึ้นในยปี ค.ศ. 1386  ในบริเวณเดียวกันยังเป็นที่ตั้งของแกลเลอรี่ วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล ที่นับว่าเป็นช้อปปิ้งอาเขตที่สวยที่สุดในอิตาลี มากว่า 100ปี ถ่ายรูปกับอนุสาวรีย์ของ ลีโอนาร์โด ดาร์วินชี จิตรกรเอกที่โด่งดังจากภาพโมนาลิซ่า  จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเวนิส Venice Mestre ตั้งอยู่ในเขตแคว้นเวเนโต้ เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนเป็นจำนวนมากมายในแต่ละปี (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง)

ค่ำ                    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมระดับ 4 ดาว หรือระดับเทียบเท่า

 

วันที่หก             เวนิส-ปิซ่า (อิตาลี)

เช้า           นำท่านสู่ ท่าเรือทรอนเชตโต้ เพื่อข้ามสู่ เกาะเวนิส อดีตเมืองที่เคยร่ำรวยที่สุดแห่งหนึ่งในยุคกลางเกาะ   เวนิสประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่กว่า 118 เกาะ และมีสะพานเชื่อมถึงกันกว่า 400 แห่งที่ศูนย์กลางอยู่ที่

               จัตุรัสเซนต์มาร์ค หรือ ซานมาร์โค ชุมชนที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะต่างๆ ของเมืองเวนิสที่มีคลองต่างๆ มากมายนับร้อยแห่ง นับเป็นบรรยากาศที่ไม่มีที่ใดเหมือนและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะเมือง ชมสะพานสะอื้นที่เชื่อมระหว่างคุกหลวงและพระราชวังดอร์ดจชมวิหารเซนต์มาร์คที่งดงามด้วยการประดับด้วยโมเสคหลายล้านชิ้น เดินชมตัวเมืองจนถึงสะพานริอัลโตที่ทอดข้ามแกรนด์คาเนลอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเวนิส

กลางวัน         รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย             ล่องเรือกลับสู่ฝั่งเมสเทร่ Mestre จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองปิซ่า (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4.30 ชั่วโมง) อีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวชื่อดังของประเทศอิตาลี อดีตเมืองท่าเรือชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และเป็นที่ตั้งของหอเอนปิซ่า ผ่านชมความงดงามของทัศนียภาพที่งดงามเป็นระเบียบของบ้านเมืองและบ้านเรือนต่างๆ  นำท่าน ชมหอเอนปิซ่า  Pisa Tower, Leaning Tower นำท่านชม 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก “หอเอนปิซ่า” ให้เวลาท่านเดินเล่นถ่ายรูปกับหอเอนปิซ่า ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นหอระฆังแห่งวิหารประจำเมือง แต่เพียงการเริ่มต้นของการสร้างถึงบริเวณชั้น 3 ก็เกิดการทรุดตัวและต้องหยุดการก่อสร้างจนถัดมาอีกร่วม 100 ปี ถึงได้สร้างต่อจนเสร็จสมบูรณ์และยังเป็นสถานที่กาลิเลโอ เคยมาพิสูจน์เรื่องแรงโน้มถ่วงของโลก และการตกของวัตถุด้วย

       จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมระดับ 4 ดาว หรือระดับเทียบเท่า

ค่ำ      รับประทานอาหารค่ำที่โรงแรม จากนั้นให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย

 

วันที่เจ็ด           ปิซ่า-โรม (อิตาลี)

เช้า           รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

         นำท่านเดินทางสู่กรุงโรม เมืองหลวงและเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศอิตาลี แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวมากมายจากทุกมุมโลกต่างเดินทางมากรุงโรม เพื่อชื่นชมกับสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์แห่งความยิ่งใหญ่ โรมเป็นมหานครที่มีสีสันเฉพาะตัว คลาคล่ำไปด้วยผู้คนและนักท่องเที่ยว (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง)  

กลางวัน            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน

บ่าย                 นำท่านชมเมืองหลวงที่ยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิโรมันมีอายุเก่าแก่กว่า 2,000 ปี นำท่านสู่นครวาติกัน ซึ่งเป็นรัฐอิสระและศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ให้ท่านถ่ายรูปภายนอก มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ St.Peter’s Basilica แห่งนครรัฐวาติกันที่งดงามด้วยศิลปะในยุคเรอเนซองส์และยังได้รับการตกแต่งอย่างโอ่อ่าและหรูหรา มียอดโดมขนาดใหญ่ที่หาชมได้ยาก ซึ่งปัจจุบันล้วนแต่เป็นสิ่งล้ำค่าของประเทศอิตาลี  ให้ท่านถ่ายรูปกับจัตุรัสหน้าวิหารเซนต์ปีเตอร์ ที่ท่านอาจเคยเห็นจากการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ในช่วงเวลาสำคัญๆ ของคาทอลิค จากนั้นนำท่านชมภายนอกพร้อมถ่ายภาพของ สนามกีฬาโคลอสเซี่ยม สิ่งก่อสร้างที่เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ซึ่งเป็นสนามกีฬายักษ์ที่จุคนได้กว่า 50,000 คน  ถ่ายภาพกับประตูชัยคอนสแตนติน สัญลักษณ์แห่งชัยชนะ ผ่านชมอนุเสาวรีย์ของพระเจ้าวิคเตอร์เอ็มมานูเอ็ลหรือพระบิดาของชาวอิตาเลียน ผ่านชมร่องรอยของศูนย์กลางแห่งจักรวรรดิ์โรมันที่ย่าน โรมันฟอรั่ม ที่เปรียบเสมือนใจกลางเมืองหลวงในอดีต ผ่านชมสนามม้ากรีฑาเซอร์คัส แมกซิมุส  ก่อนนำท่านสู่บริเวณ น้ำพุเทรวี่ Trevi Fountain หนึ่งในสัญลักษณ์ที่สำคัญของกรุงโรม สถานที่นักท่องเที่ยวมาโยนเหรียญเสี่ยงทายตามเรื่องราวจากภาพยนตร์เรื่องThree Coins in The Fountain ให้เวลาท่านชั่วครู่ ก่อนนำท่านมาเดินเล่นบริเวณ ย่านบันไดสเปน Spanish Step แหล่งช้อปปิ้งแบรนด์เนมที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงโรม และหากมีเวลาให้ท่านได้มีโอกาสเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมจากร้านค้าปลอดภาษี อาทิ Rimowa, Furla, Gucci, Longchamp, Tissot, Michael Kors, Bally, Armani, Kipling เป็นต้น (เพื่อความสะดวกในการเดินเล่นชมเมืองและเลือกซื้อสินค้าของท่าน ให้ท่านอิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย)   

            จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมระดับ 4 ดาว หรือระดับเทียบเท่า

 

วันที่แปด           โรม (อิตาลี)

เช้า                   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม 

สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบินลีโอนาโด ดาวินชี ประเทศอิตาลี

13.55 น.     นำท่านออกเดินทางจากกรุงโรม โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG945 

 

วันที่เก้า                        กรุงเทพฯ

05.45  น.               เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ...

**กรณีที่บางท่านเดินทางมาจากต่างประเทศหรือต่างจังหวัดกรุณาตรวจสอบเวลาการเดินทางแต่ละ    กำหนดการเดินทางอีกครั้งก่อนทำการจองตั๋วโดยสารส่วนตัวของท่าน เนื่องจากรายการทัวร์เป็น               รายการซีรี่และได้มีการดำเนินการไว้ล่วงหน้าหลายเดือน เมื่อเปลี่ยนฤดูกาล เวลาการเดินทางอาจมี               การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย** 

******EUROPE CLASSIC REROUTE 9 DAYS -TG******

อัตราค่าบริการ โปรแกรม EUROPE CLASSIC REROUTE 9 DAYS -TG

          21-29 ก.ย. / 19-27 พ.ย. / 3-11 ธ.ค.2561/22 - 30 ต.ค.2561

Europe Classic Reroute 9 Days/TG

ฝรั่งเศส-สวิตเซอร์แลนด์-อิตาลี  

21-29 ก.ย.61  

22 - 30 ต.ค.

2561 

19-27 พ.ย. /
3-11 ธ.ค.61
 

ผู้ใหญ่ ท่านละ

62,300

68,900 

59,500 

เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี พักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน

59,900

 65,900

56,900

เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (เสริมเตียง)

57,900

 62,900

54,900 

พักเดี่ยว เพิ่มท่านละ

8,900

8,900 

7,900 

ท่านที่มีตั๋วโดยสารอยู่แล้ว ท่านละ

39,900

37,900 

36,900 

**ไม่รวมค่าบริการด้านวีซ่าและค่าบริการด้านการนัดหมายและเอกสารท่านละ 3,500 บาท //

ค่าทิปคนขับ, ทิปไกด์ท้องถิ่นและค่าทิปหัวหน้าทัวร์ ท่านละ 1,800 บาท   

ทั้งหมดชำระพร้อมค่าทัวร์ก่อนเดินทาง **

 

*** บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บค่าภาษีน้ำมัน ในกรณีที่สายการบินมีการเรียกเก็บเพิ่มเติมภายหลัง ***

*** โรงแรมในยุโรป ไม่อนุญาตให้เด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี เข้าพักแบบไม่มีเตียงเสริม *** 

 

 

หมายเหตุ  EUROPE CLASSIC REROUTE 9 DAYS -TG

  • อัตราค่าเดินทางนี้ต้องมีจำนวนผู้โดยสารที่เป็นผู้ใหญ่จำนวนไม่ต่ำกว่า 25 ท่าน และจะต้องชำระมัดจำ หลังจากยืนยันการจองทัวร์ทันที 
  • กรณีท่านที่มีตั๋วของสายการบินอื่นหรือร่วมเดินทางโดยไม่ใช้ตั๋วโดยสารตามรายการทัวร์หรือของทางบริษัททัวร์  กรุณาแจ้งล่วงหน้าเนื่องจากมีการเกี่ยวข้องกับการยื่นวีซ่า ซึ่งผู้เดินทางไม่สามารถยื่นวีซ่าพร้อมคณะได้  
  • กรณีท่านที่ต้องการอยู่ต่อ กรุณาตรวจสอบวันเดินทางอีกครั้งของสายการบิน ไม่สามารถเปลี่ยนสนามบินที่บินออกได้ และอยู่ต่อได้ไม่เกิน 7 วัน นับจากวันกลับออกจากยุโรป มีค่าธรรมเนียมในการเลื่อนตั๋วกลับ ท่านละ 4,500 บาท หากเปลี่ยนแล้วไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอีกได้ และการยื่นวีซ่าไม่สามารถยื่นพร้อมคณะได้ หากมีการเดินทางต่อไปยังกลุ่มเชงเก้นอื่น ท่านจะต้องตรวจสอบเมืองที่อยู่ต่อว่าอยู่ที่ไหนนานที่สุด ท่านอาจจะต้องไปยื่นวีซ่าเชงเก้นที่เมืองนั้นๆ แทน บริษัทสามารถออกเอกสารสำหรับการยื่นวีซ่าให้ท่านได้เพียงเฉพาะตามรายการทัวร์และระยะเวลาของคณะเท่านั้น และท่านจะต้องดำเนินการด้วยตัวท่านเอง 
  • การดำเนินการขอวีซ่าจะต้องใช้เวลาพิจารณาวีซ่าโดยรวมประมาณ 15 วัน ดังนั้นจึงขอความร่วมมือในการจัดเตรียมเอกสารสำหรับการยื่นขอวีซ่าให้ครบถ้วนและสมบูรณ์ ทั้งนี้เพื่อเป็นผลดีและความสะดวกรวดเร็วในการดำเนินการขอวีซ่าและทุกท่านจะต้องไปแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่สถานทูตพร้อมถ่ายภาพและสแกนนิ้วมือ 

 

อัตรานี้รวมบริการ   EUROPE CLASSIC REROUTE 9 DAYS -TG
  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับโดยสายการบินไทย ชั้นประหยัด  เส้นทาง กรุงเทพฯ- ปารีส// โรม-กรุงเทพฯ
  • ค่าโรงแรมที่พักตามรายการที่ระบุ (สองท่านต่อหนึ่งห้อง)
  • ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ, ค่าอาหารและเครื่องดื่ม, ค่ารถรับ-ส่งนำเที่ยว ตามรายการที่ระบุ
  • ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งที่มี
  • ค่ามัคคุเทศก์หรือหัวหน้าทัวร์ของบริษัทจากกรุงเทพฯ ที่คอยอำนวยความสะดวกแก่ท่านตลอดการเดินทางในต่างประเทศ
  • ค่าธรรมเนียมการยื่นวีซ่าเชงเก้น
  • ค่าทิปพนักงานขับรถในระหว่างการเดินทางและค่าทิปมัคคุเทศก์ท้องถิ่นตามเขตพระราชวังและเขตเมืองเก่า
  • ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในวงเงินท่านละ 1,000,000 บาทซึ่งเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี และผู้ใหญ่อายุเกิน 75 ปีได้รับความคุ้มครอง 500,000 บาท (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขกรมธรรม์ของบริษัทประกันฯ)
  • ค่าภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าประกันภัยการเดินทางที่มีการเรียกเก็บจากสายการบิน ซึ่งเป็นอัตราเรียกเก็บ ณ วันที่ 24 เม.ย.2561 และท่านต้องชำระเพิ่ม หากสายการบินมีการเรียกเก็บเพิ่ม 
อัตรานี้ไม่รวมบริการ  EUROPE CLASSIC REROUTE 9 DAYS -TG
  • ·       ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางในกรณีที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (30 กิโลกรัมต่อท่าน)

    ·       ค่าธรรมเนียมการทำหนังสือเดินทาง

    ·       ค่าธรรมเนียมการยื่นวีซ่าเชงเก้นและค่าบริการการนัดหมายและงานด้านเอกสาร ท่านละ 3,500 บาท (ชำระพร้อมค่าทัวร์ส่วนที่เหลือก่อนออกเดินทาง)

    ·       ค่าทิปพนักงานขับรถในระหว่างการเดินทางและค่าทิปมัคคุเทศก์ท้องถิ่นตามเขตพระราชวังและเขตเมืองเก่าและค่าทิปหัวหน้าทัวร์จากเมืองไทย ท่านละ 1,800 บาท (ชำระพร้อมค่าทัวร์ส่วนที่เหลือก่อนออกเดินทาง)

    ·       ค่าบริการพนักงานยกกระเป๋าทุกแห่ง

    ·       ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากรายการที่ระบุ เช่น ค่าเครื่องดื่มและค่าอาหารที่สั่งเพิ่มเองค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีดฯลฯ

    ·       ค่าอาหารที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ

    ·       ค่าน้ำดื่มระหว่างทัวร์ (ไม่มีการแจกน้ำดื่มระหว่างทัวร์)

    ·       ค่าทำใบอนุญาตที่กลับเข้าประเทศของคนต่างชาติ หรือ คนต่างด้าว

    ·       ค่าประกันภัยการเดินทางที่นอกเหนือจากรายการทัวร์

การชำระเงิน  EUROPE CLASSIC REROUTE 9 DAYS -TG

            ทางบริษัทฯ จะขอเก็บเงินค่ามัดจำเป็นจำนวน 20,000 บาทต่อผู้โดยสารหนึ่งท่าน สำหรับการจองทัวร์ส่วนที่เหลือจะขอเก็บทั้งหมดก่อนเดินทางอย่างน้อย 21 วันทำการ มิฉะนั้นทางบริษัทฯ จะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินค่ามัดจำทั้งหมด


การยกเลิก  EUROPE CLASSIC REROUTE 9 DAYS -TG

-         หากมีการยกเลิกเกิน 45 วันทำการแต่ไม่เกิน 90 วันทำการ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินมัดจำค่าตั๋วโดยสารของท่านนั้นๆ (เงื่อนไขค่ามัดจำตามที่ทางสายการบินเรียกเก็บ)

-         หากมีการยกเลิกน้อยกว่า 45 วันทำการ บริษัทฯ จะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินมัดจำทั้งหมด

-         หากมีการยกเลิกน้อยกว่า 15 วันทำการ บริษัทฯ จะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินค่าทัวร์ทั้งหมด

-         หากผู้โดยสารท่านใด ยื่นวีซ่าแล้วไม่ได้รับการอนุมัติ ผู้โดยสารต้องชำระค่ามัดจำ 20,000.- บาท และค่าวีซ่าตามที่สถานทูตเรียกเก็บ

-         หากผู้โดยสารท่านใดวีซ่าผ่านแล้วแจ้งยกเลิกก่อนออกตั๋วโดยสารเครื่องบินบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่ามัดจำ

 

-         หากผู้โดยสารแจ้งยกเลิกการเดินทางหลังจากออกตั๋วโดยสารแล้ว บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่าทัวร์ทั้งหมด 

หมายเหตุ  EUROPE CLASSIC REROUTE 9 DAYS -TG

  • รายการอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เนื่องจากความล่าช้าของสายการบิน โรงแรมที่พักในต่างประเทศ  เหตุการณ์ทางการเมืองและภัยธรรมชาติ ฯลฯ บริษัทฯจะคำนึงถึงความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ
  • กรณีที่มีการเกิดภัยธรรมชาติ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศที่ผู้เดินทางกำลังจะไป หากมีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นและมีเหตุทำให้การเดินทางไม่สามารถออกเดินทางตามกำหนดได้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงิน จนกว่าจะได้รับการยืนยันจากสายการบิน โรงแรม  หรือหน่วยงานจากต่างประเทศที่บริษัททัวร์ติดต่อว่าสามารถคืนเงินได้
  • บริษัทฯจะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองห้ามผู้เดินทาง เนื่องจากมีสิ่งผิดกฎหมายหรือสิ่งของห้ามนำเข้าประเทศ  เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ ความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย  หรือด้วยเหตุผลใดๆก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาแล้ว ทางบริษัทฯไม่อาจคืนเงินให้ท่านได้ ไม่ว่าจำนวนทั้งหมดหรือบางส่วน
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่สถานทูตงดออกวีซ่า อันสืบเนื่องมาจากตัวผู้โดยสารเอง
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองของประเทศไทยงดออกเอกสารเข้าเมืองให้กับชาวต่างชาติ หรือ คนต่างด้าวที่พำนักอยู่ในประเทศไทย
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อกรณีเกิดการสูญเสีย, สูญหายของกระเป๋า และสัมภาระของผู้โดยสาร อันเกิดจากสายการบิน ทางสายการบินผู้ให้บริการจะเป็นผู้รับผิดชอบตามกฎของกรมการบินพาณิชย์ ซึ่งจะรับผิดชอบต่อการสูญหายหรือเสียหายของสัมภาระใบใหญ่ในวงเงินตามที่สายการบินกำหนด รวมถึงไม่รับผิดชอบกรณีเที่ยวบินล่าช้าหรือยกเลิกเที่ยวบิน
  • ในบางรายการทัวร์ ที่ต้องมีบินด้วยสายการบินภายในประเทศ น้ำหนักของกระเป๋าอาจจะถูกกำหนดให้ต่ำกว่ามาตรฐานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน บริษัท ฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่รับภาระความรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในน้ำหนักส่วนที่เกิน
  • ในประเทศต่าง ๆ ในยุโรป มีการรณรงค์เรื่องการงดสูบบุหรี่ บนรถโค้ช, โรงแรม และสถานที่ต่าง ๆ จะมีข้อกำหนดที่ชัดเจนในเรื่องการสูบบุหรี่ และมีสถานที่โดยเฉพาะสำหรับผู้สูบบุหรี่ ทั้งนี้เนื่องจากสุขภาพของคนส่วนรวม
  • กรณีที่ท่านเดินทางเป็นครอบครัวใหญ่ หรือเดินทางพร้อมสมาชิกในครอบครัว ที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ (Wheelchair), เด็ก, และผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว ไม่สะดวกในการเดินท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4 - 5 ชั่วโมงติดต่อกัน ท่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด
  • การจัดโปรแกรมทัวร์ เป็นการกำหนดตลอดทั้งปี หรือกำหนดล่วงหน้าค่อนข้างนาน หากวันเดินทางดังกล่าวตรงกับวันที่สถานที่เข้าชมนั้นๆ ปิดทำการ หรือ ปิดโดยมิได้แจ้งล่วงหน้า หรือ การเปิดรับจองผ่านทางออนไลน์ โดยในวันที่คณะจะเข้าชมไม่สามารถจองผ่านระบบดังกล่าวได้ ทางบริษัทฯ จะสลับรายการเพื่อให้ท่านได้เข้าชมสถานที่ดังกล่าวให้ได้ หรือ คืนเงินค่าเข้าชมนั้น ๆ ตามเงื่อนไขราคาที่ได้รับจากทาง บริษัท supplier ประเทศนั้นๆ แต่หากมีการล่าช้า หรือ เหตุหนึ่งเหตุใดในระหว่างการเดินทาง เป็นผลทำให้ท่านไม่สามารถเข้าชมสถานที่ดังกล่าวได้ ทางบริษัทฯ จะไม่มีการคืนเงินใดๆ ให้แก่ท่าน เนื่องจากได้ชำระค่า Reservation Fee ไปแล้ว
  • หากช่วงที่เดินทางเป็นช่วงอีสเตอร์, คริสมาสต์หรือปีใหม่ ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดของชาวยุโรป ร้านค้าปิดเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นขอให้พิจารณาก่อนการจองทัวร์

ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องโรงแรมที่พัก  EUROPE CLASSIC REROUTE 9 DAYS -TG

  1. เนื่องจากการวางแปลนห้องพักของแต่ละโรงแรมแตกต่างกัน จึงอาจทำให้ห้องพักแบบห้องเดี่ยว (Single) ,ห้องคู่ (Twin/Double) และห้องพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง (Triple Room) ห้องพักอาจจะไม่ติดกัน และบางโรงแรมอาจจะไม่มีห้องพักแบบ 3 เตียงเดี่ยว แต่อาจจะได้เป็น 1 เตียงใหญ่กับ 1 เตียงพับเสริม หรืออาจจะต้องแยกเป็น 1 ห้องคู่และ 1 ห้องเดี่ยว กรณีที่มา 3 ท่าน
  2. โรงแรมในยุโรปส่วนใหญ่อาจจะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภูมิต่ำ
  3. กรณีที่มีงานจัดประชุมนานาชาติ (Trade Fair) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้นมากและห้องพักในเมืองเต็ม บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม
  4. โรงแรมในยุโรปที่มีลักษณะเป็น Traditional Building ห้องที่เป็นห้องเดี่ยวอาจเป็นห้องที่มีขนาดกะทัดรัต และไม่มีอ่างอาบน้ำ ซึ่งขึ้นอยู่กับการออกแบบของแต่ละโรงแรมนั้นๆ และห้องแต่ละห้องอาจมีลักษณะแตกต่างกัน

 

หลักฐานการยื่นวีซ่าสถานทูตอิตาลี

***การยื่นวีซ่าอิตาลี ทุกท่านต้องแสดงตัวทุกครั้งที่มีการเดินทางเพื่อสแกนลายนิ้วมือที่ศูนย์ยื่น VFS ITALY ***

ใช้เวลาพิจารณาอนุมัติวีซ่า 15 วันทำการ

เอกสารในการขอวีซ่า  (กรุณาจัดส่งภายใน 30 วันก่อนวันเดินทาง)

-    ผู้ยื่นคำร้องขอวีซ่าทุกท่าน จะต้องมาแสดงตัวด้วยตัวท่านเองเพื่อ ถ่ายรูป และสแกนนิ้วมือ ที่สถานทูตหรือศูนย์ยื่นวีซ่าของสถานทูตนั้นๆ ตามวันและเวลานัดหมาย ซึ่งจะต้องมีการนัดหมายไว้ล่วงหน้า และไม่สามารถยืนยันได้หากไม่มีการทำนัดหมายไว้ก่อน (วันและเวลานัดหมายเป็นไปตามกฎและเงื่อนไขของสถานทูตนั้นๆ) 

-    กรอกข้อมูลในแบบฟอร์มให้ครบถ้วนสมบูรณ์เพื่อทำการนัดหมายการยื่นวีซ่า 

-    ในวันยื่นวีซ่าหากผู้สมัครไม่ได้ให้เอกสารที่ครบถ้วน แล้วนำเอกสารมาแนบยื่นเพิ่มเติมในวันนัดหมายยื่นและหากมีค่าใช้จ่ายในการถ่ายเอกสารหรือแปลเอกสารหรือถ่ายรูปเพิ่มเติมใดๆ ผู้สมัครจะต้องเป็นผู้ชำระค่าใช้จ่ายนั้นๆ ด้วยตนเอง

***สิ่งที่ท่านควรทราบก่อนยื่นวีซ่า***

  1. สถานทูตอิตาลีไม่อนุญาตให้ผู้สมัครดึงเล่มพาสปอร์ตระหว่างที่สถานทูตพิจารณาวีซ่า
  2. สำหรับผู้เดินทางที่ศึกษาหรือทำงานอยู่ต่างประเทศ จะต้องดำเนินเรื่องการขอวีซ่าด้วยตนเองในประเทศที่ตนพำนักหรือศึกษาอยู่เท่านั้น 
  3. การพิจารณาวีซ่าเป็นดุลยพินิจของสถานทูต มิใช่บริษัททัวร์ การเตรียมเอกสารที่ดีและถูกต้องจะช่วยให้การพิจารณาของสถานทูตง่ายขึ้น

หมายเหตุ  กรณีลูกค้าท่านใดมีการใช้พาสปอร์ตเดินทางระหว่างกรุ๊ปยื่นวีซ่า ลูกค้าต้องแจ้งให้ทางบริษัทฯ ทราบล่วงหน้าเพื่อวางแผนในการขอวีซ่าของท่าน

 

  • หนังสือเดินทางมีอายุไม่ต่ำกว่า 6 เดือน  

-          โดยนับวันเริ่มเดินทางเป็นหลัก หากนับแล้วเกิน 6 เดือนหนังสือเดินทางนี้สามารถใช้ได้ แต่หากนับแล้วต่ำกว่า 6 เดือน ผู้เดินทางจะต้องไปยื่นคำร้องขอทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ที่กองหนังสือเดินทาง

-          หน้าหนังสือเดินทางจะต้องมีหน้าว่างสำหรับวีซ่าอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 3 หน้า 

-          หากท่านเปลี่ยนหนังสือเดินทางเล่มใหม่ กรุณาเตรียมเล่มเก่าให้ด้วยเนื่องจากประวัติการเดินทางของท่านจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการยื่นคำร้องขอวีซ่า

-          ท่านที่มีปกหนังสือเดินทางกรุณาถอดออกและไม่จำเป็นต้องส่งให้กับบริษัททัวร์ หากมีการสูญหาย บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อปกหนังสือเดินทางนั้นๆ

  • รูปถ่ายสีขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป เน้นหน้า (ขนาดรูปหน้าเท่ากับใน
    หนังสือเดินทาง) 
     

-          ฉากหลังสีขาวเท่านั้น เนื่องจากสถานทูตจะต้องสแกนรูปลงบนวีซ่า 

-          รูปถ่ายหน้าตรงห้ามใส่แว่น, ห้ามคาดผมและห้ามใส่หมวกหรือเครื่องประดับบดบังหน้าตา, ไม่ใส่คอนแท็กเลนส์สีหรือบิ๊กอายส์ **

  • สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 

-         กรณีเป็นเด็ก อายุต่ำกว่า 20 ปี

-          ใช้สำเนาสูติบัตร พร้อมฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษ

-          หากเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี และยังศึกษาอยู่ถึงแม้มีบัตรประชาชนแล้ว ทางสถานทูตขอสำเนาสูติบัตรด้วยและกรุณาแนบฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษ

  • หมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ทั้งเบอร์ที่ทำงาน, เบอร์บ้านและเบอร์มือถือ  
  • สำเนาทะเบียนสมรส กรณีท่านที่สมรสแล้ว  
  • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ กรณีท่านที่มีการเปลี่ยนชื่อ 
  • สำเนาใบเปลี่ยนนามสกุล กรณีท่านที่มีการเปลี่ยนนามสกุล 
  • สำเนาใบหย่า กรณีท่านที่หย่าแล้ว 
  • หนังสือรับรองการทำงาน หรือเอกสารบ่งชี้การมีอาชีพและมีรายได้ของผู้เดินทาง 

-        กรณีลูกจ้าง ใช้ใบรับรองการทำงานของบริษัทที่ทำงานอยู่เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น (ตัวจริง) โดยมีรายละเอียดการเข้าทำงาน, อัตราเงินเดือน, ตำแหน่งงาน เอกสารออกมาไม่เกิน 1 เดือน นับจากวันยื่น เป็นต้น 

** สำเนาสลิปเงินเดือน ถ่ายย้อนหลังไม่ต่ำกว่า 3 เดือน พร้อมฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษ **

-        กรณีมีอาชีพรับราชการ ใช้หนังสือรับรองการทำงานจะต้องคัดเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น (ตัวจริง) โดยระบุตำแหน่ง, อัตราเงินเดือนในปัจจุบัน, วันเดือนปีที่เริ่มทำงานกับหน่วยงาน หรือ องค์กร เอกสารออกมาไม่เกิน 1 เดือน นับจากวันยื่น พร้อมใบลาและ สำเนาบัตรประจำตัวราชการ 1 ชุด
** สำเนาสลิปเงินเดือน ถ่ายย้อนหลังไม่ต่ำกว่า 3 เดือน พร้อมฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษ *

** กรณีที่ไม่มีสำเนาสลิปเงินเดือน หรือทำงานแบบไม่มีสลิป ให้ทำจดหมายชี้แจงมาเป็นภาษาอังกฤษ ชี้แจงโดยละเอียด เช่น รับเงินเดือน โดยเป็นเงินสด หรือวิธิอื่นแล้วแต่กรณี ** 

-         กรณีเป็นเจ้าของกิจการ ใช้สำเนาทะเบียนการค้า หรือ สำเนากรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือ สำเนาหนังสือรับรองความเป็นเจ้าของกิจการ โดยจะต้องคัดมาไม่ต่ำกว่า 3 เดือน พร้อมฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษ

-         กรณีท่านที่เป็นแม่บ้าน 

  • หากไม่มีอาชีพหรือเป็นแม่บ้าน ใช้เอกสารการทำงานและการเงินของสามี พร้อม แสดงสำเนาทะเบียนสมรส
  • หากสมรสโดยไม่จดทะเบียน ใช้เอกสารการทำงานและการเงินของสามี พร้อม แสดงสำเนาทะเบียนสมรสพร้อมแสดงสำเนาสูติบัตรบุตร ทั้งนี้เพื่อแสดงความสัมพันธ์การเป็นสามี-ภรรยา   หากไม่มีบุตรด้วยกัน ควรคัดหนังสือชี้แจงเกี่ยวกับความสัมพันธ์การเป็นสามี-ภรรยากัน โดยมิได้จดทะเบียน   

-          กรณีท่านที่ว่างงาน ไม่มีรายได้ จะต้องมีผู้สนับสนุนค่าใช้จ่าย พร้อมแสดงหลักฐานการทำงานและหลักฐานทางด้านการเงินของผู้รับรอง พร้อมชี้แจงโดยหนังสือหรือจดหมายเป็นลายลักษณ์อักษร ชี้แจงการรับรองค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้เดินทางพร้อมแสดงความสัมพันธ์ โดยเบื้องต้น ควรมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด หรือญาติใกล้ชิด   (กรณีนี้หากความสัมพันธ์ไม่สามารถสืบได้ หรือไม่เป็นความจริง ท่านอาจถูกปฏิเสธการยื่นคำร้องขอวีซ่านี้) 

-         กรณีเป็นเด็กนักเรียนและนักศึกษา 

-          ใช้หนังสือรับรองทางการศึกษาและแสดงความเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา จากโรงเรียนหรือจากสถาบัน  เป็น

      ภาษาอังกฤษ (ฉบับจริง) หรือ สำเนาสมุดรายงานประจำตัวนักเรียนหรือสำเนาบัตรนักเรียน กรณีเป็นเด็กเล็ก

  • หลักฐานการเงิน 

-         สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ส่วนตัวแสดงชื่อเจ้าของบัญชี อัพเดทรายการไม่เกิน 15 วัน ถ่ายสำเนาย้อนหลัง 6 เดือน หากสมุดบัญชีไม่มีเลขที่เล่มกำกับทุกหน้ารายการต้องขอสเตทเม้นท์ (Statement)  จากธนาคารย้อนหลัง 6 เดือนพร้อมประทับตราจากธนาคารเท่านั้น  

-          ถ่ายสำเนา ทุกหน้า และปรับสมุดอัพเดทถึงเดือนปัจจุบันที่สุดเท่าที่จะทำได้ พร้อมสำเนาหน้าบัญชีหน้าแรกที่มีชื่อเจ้าของบัญชี

-          หากมีการต่อเล่มจากสมุดเล่มเก่า กรุณาสำเนาหน้าแรกที่มีชื่อเจ้าของบัญชีของเล่มเก่าที่ต่อ พร้อมกับตัวเลขบัญชีเงินฝากเป็นปัจจุบัน

-          กรณีมีเงินฝากในบัญชีน้อยเกินไปใน 1 เล่ม กรุณาแสดงสำเนาสมุดบัญชีอื่นแนบด้วย อาทิ เช่น บัญชีเงินฝากประจำ เป็นต้น

-          กรณีที่เดินทางเป็นครอบครัว หากใช้บัญชีใดบัญชีหนึ่งในการยื่นขอวีซ่า ต้องออกหนังสือรับรองค่าใช้จ่ายให้บุคคลในครอบครัวด้วย  แต่อย่างไรก็ตาม โดยเฉพาะคู่สามี-ภรรยา จะต้องมีสำเนาสมุดบัญชีการเงินส่วนตัวประกอบด้วยแม้ว่าจะจดทะเบียนสมรสแล้วก็ตาม หากมีการเงินในบัญชีน้อย ฝ่ายที่มีการเงินมากกว่าจะต้องทำจดหมายรับรองการเงินพร้อมระบุชื่อและความสัมพันธ์ชี้แจงต่อสถานทูตเป็นลายลักษณ์อักษรด้วย

*** สถานทูตไม่รับบัญชีกระแสรายวันทุกกรณี *** ทั้งนี้เพื่อแสดงให้เห็นว่ามีฐานะทางการเงินเพียงพอที่จะครอบคลุมกับค่าใช้จ่ายได้อย่างไม่เดือดร้อนเมื่อกลับสู่ภูมิลำเนา

  • กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี (กรณีไม่ได้เดินทางกับบิดาหรือมารดา หรือ บิดา-มารดา หย่าร้าง)

-          จะต้องมีใบอนุญาตจากผู้ปกครองทั้งบิดาและมารดา

-          หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา โดยมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัดเป็นภาษาอังกฤษ หรือหากได้มาเป็นภาษาไทย กรุณาแนบฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษแนบด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของมารดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย

-          หากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา   โดยบิดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัดเป็นภาษาอังกฤษ หรือหากได้มาเป็นภาษาไทย กรุณาแนบฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษแนบด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของบิดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย

-          หากเด็กไม่ได้เดินทางทั้งกับบิดาและมารดา โดยบิดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัดเป็นภาษาอังกฤษ หรือหากได้มาเป็นภาษาไทย กรุณาแนบฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษแนบด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของบิดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย

-          กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ดูแลบุตร พร้อมฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษ

*** การบิดเบือนข้อเท็จจริงประการใดก็ตามอาจจะถูกระงับมิให้เดินทางเข้าประเทศในกลุ่มเชงเก้นเป็นการถาวร และถึงแม้ว่าท่านจะถูกปฏิเสธวีซ่า สถานทูตไม่คืนค่าธรรมเนียมที่ได้ชำระไปแล้วและหากต้องการขอยื่นคำร้องใหม่ก็ต้องชำระค่าธรรมเนียมใหม่ทุกครั้ง

***  หากสถานทูตมีการสุ่มเรียกสัมภาษณ์บางท่าน ทางบริษัท ขอความร่วมมือในการเชิญท่านไปสัมภาษณ์ตามนัดหมายและโปรดแต่งกายสุภาพ ทั้งนี้ทางบริษัทฯ จะส่งเจ้าหน้าที่ไปอำนวยความสะดวกและประสานงานตลอดเวลาและหากสถานทูตขอเอกสารเพิ่มเติม ทางบริษัทฯใคร่ขอรบกวนท่านจัดส่งเอกสารดังกล่าวเช่นกัน

***    กรณีที่ท่านยกเลิกการเดินทางภายหลังจากการได้วีซ่าแล้ว ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการแจ้งสถานทูต ยกเลิกวีซ่าของท่าน เนื่องจากการขอวีซ่าในแต่ละประเทศจะถูกบันทึกไว้เป็นสถิติในนามของบริษัทฯ

***   เมื่อท่านได้ชำระเงินค่ามัดจำหรือทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการชำระผ่านตัวแทนของบริษัทฯ หรือชำระโดยตรงกับทางบริษัทฯ จะขอถือว่าท่านรับทราบและยอมรับในเงื่อนไขต่าง ๆ ของบริษัทฯที่ได้ระบุไว้โดยทั้งหมด

** กรณีมีการขอใช้หนังสือเดินทางในระหว่างการยื่นวีซ่า ท่านต้องแจ้งความจำนงแก่บริษัททัวร์ให้ทราบล่วงหน้า แต่หากกรณีท่านที่ต้องใช้หนังสือเดินทางก่อนกำหนดวันยื่นวีซ่าและท่านไม่สามารถนำหนังสือเดินทางมาแสดงได้ทัน ท่านนั้นจะต้องมายื่นเดี่ยวและแสดงตัวที่สถานทูตตามกำหนดการของสถานทูตเช่นเดียวกัน  **

*** ทางสถานทูตจะรับพิจารณาเฉพาะท่านที่มีเอกสารพร้อมและมีความประสงค์ที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวยังประเทศตามที่ระบุเท่านั้น การปฏิเสธวีซ่าอันเนื่องมาจากหลักฐานในการขอยื่นวีซ่าปลอมหรือผิดวัตถุประสงค์ในการยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยว ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงิน โดยจะหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงและจะคืนให้ท่านหลังจากทัวร์ออกเดินทางภายใน 20 วัน โปรแกรมการเดินทางอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้จะคำนึงถึงประโยชน์และความปลอดภัยของผู้เดินทางเป็นหลัก                  

 

******EUROPE CLASSIC REROUTE 9 DAYS -TG******

00.05 น.                        นำท่านออกเดินทางสู่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส  โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG930

07.05 น.                            เดินทางถึงสนามบินชาร์ลเดอโกลล์ Charles de Gaulle สนามบินกรุงปารีส หลังผ่านขั้นตอนการตรวจ                 คนเข้าเมือง และตรวจรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางสู่เมืองแวร์ซายส์ เมืองที่ตั้งของพระราชวัง                     หรูหราชื่อดังของโลก ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงปารีส ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของมหานคร                           ปารีส นำท่านเข้าชม พระราชวังแวร์ซายส์ Versailles Palace พระราชวังที่ยิ่งใหญ่และสวยงามแห่งหนึ่ง                        ของโลกและนับเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคปัจจุบันด้วย เดิมนั้นแวร์ซายส์เป็นเพียงเมืองเล็กๆ                แห่งหนึ่งเท่านั้น มีผู้คนอาศัยอยู่เบาบาง บริเวณส่วนใหญ่เป็นป่าเขาเยี่ยงชนบทอื่นๆ ของฝรั่งเศส เมื่อพระ                     เจ้าหลุยส์ที่ 13 แห่งฝรั่งเศสยังทรงพระเยาว์ ขณะพระชนมายุได้ 23 พระชันษา ทรงนิยมล่าสัตว์ในป่า และ              ทรงเห็นว่าตำบลแวร์ซายส์น่าจะเหมาะแก่การประทับเพื่อล่าสัตว์ จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระตำหนักขึ้นมา                        ใน พ.ศ. 2167 พระราชวังแวร์ซายส์ อดีตพระราชวังในยุคสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่14 ที่สร้างได้อย่างวิจิตร                  บรรจงจนกลายเป็นต้นแบบของพระราชวังอื่นๆ มากมาย เดิมทีเมื่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 แห่งฝรั่งเศสยังทรง                    พระเยาว์ ทรงนิยมล่าสัตว์และทรงเห็นว่าตำบลแวร์ซายส์น่าจะเหมาะแก่การประทับเพื่อล่าสัตว์ จึงโปรดเกล้า                        สร้างพระตำหนักขึ้นมาในปี 1624 โดยในช่วงแรกเป็นเพียงกระท่อมเล็กๆ สำหรับพักชั่วคราวเท่านั้น เมื่อ                      พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ขึ้นครองบัลลังก์ จึงมีพระประสงค์ที่จะสร้างพระราชวังแห่งใหม่ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการ                ปกครองของพระองค์ จึงเริ่มมีการปรับปรุงพระตำหนักเดิมในปี 1661 โดยใช้เงินทั้งหมด 5 แสนล้านฟรังค์              คนงานอีก 30,000 คนและใช้เวลาอยู่ถึง 30 ปีจึงแล้วเสร็จในปี 1688 ทุกส่วนทำด้วยหินอ่อนสีขาวเป็นแบบ
                        อย่างศิลปกรรมที่งดงามมาก 
การก่อสร้างพระราชวังแวร์            ซายส์แห่งนี้ได้นำเงินมาจากค่าภาษีอากรของ                          ราษฎรชาวฝรั่งเศส ต่อมาจึงได้มีกองทัพประชาชนบุกเข้ายึดพระราชวังและจับพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 แห่ง                          ฝรั่งเศส กับพระนางมารี อองตัวเนต ประหารด้วยกิโยติน ในวันที่ 16 ตุลาคม 1789 ปัจจุบันพระราชวังแวร์                       ซายส์ยังอยู่ในสภาพดีและเปิดให้ประชาชนเข้าชมได้ นำท่านชมภายในที่มีการแบ่งเป็นห้องต่างๆ อาทิ ห้อง                        บรรทม  ห้องเสวย  ห้องสำราญ เป็นต้น ทุกห้องล้วนมีเครื่องประดับงดงามตระการตาและภาพเขียนที่มี                          ชื่อเสียง อาทิ ห้องกระจก (Galerie des Glaces หรือ The Hall of Mirrors) เป็นห้องที่มีชื่อเสียงมากที่สุดซึ่ง                   เคยใช้เป็น ห้องลงนามในสัญญาสงบศึกระหว่างสัมพันธมิตรกับจักรวรรดิเยอรมัน ในสงครามโลกครั้งที่                                     1 และใช้เป็นที่ลงนาม ในเมื่อเยอรมนีบุกตีชนะฝรั่งเศสในสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วย ห้องนี้พระเจ้าหลุยส์ที่                      14 ทรงทำการก่อสร้างเอง ภายในห้องประกอบด้วยกระจกยักษ์ 17 บาน เปิดออกแล้วจะเห็นสวนแวร์ซายส์                  อันสวยงาม ในพระราชวังแวร์ซายส์มีห้องทั้งหมด 700 ห้อง  รวมภาพวาดทั้งหมด 6,123 ภาพและงานแกะ                    สลักทั้งหมด 15,034 ชิ้น พร้อมฟังบรรยายจากมัคคุเทศก์ทั้งในส่วนของกษัตริย์และพระราชินีรวมทั้งห้องโถง                      กระจกที่ทูตจากสยามได้เคยเข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ที่14 ให้เวลาท่านเดินเล่นบริเวณอุทยานด้านหลังก่อน                             เดินทางกลับเข้า นครปารีส มหานครที่คนทั่วโลกใฝ่ฝันอยากมาเยือน  

กลางวัน                                รับประทานอาหารกลางวัน ณ.ภัตตาคารจีน

บ่าย                  นำท่านเดินทางกลับเข้าปารีส นำท่านชมมหานครปารีส นครหลวงแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส ที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากมายกว่า 20 ล้านคนต่อปี ด้วยประวัติศาสตร์ที่ยาวนานทั้งศิลปะและสถาปัตยกรรมที่สวยงาม รวมทั้งเป็นศูนย์กลางของแฟชั่นที่ทันสมัย นำท่านชมโดยรอบเริ่มจากเก็บภาพสวยของหอคอยไอเฟิลบริเวณหน้าโรงเรียนการทหารหรือจัตุรัสทรอคาเดโร,ผ่านชมประตูชัยแห่งจักรพรรดินโปเลียน ณ.จัตุรัสชาร์ลสเดอโกลล์, ถนนชองเอลิเซ่ย่านหรูหราราคาแพงที่โด่งดัง จัตุรัสคองคอร์ตที่ตั้งของเสาหินโอเบลิสจากวิหารลักซอร์ในอียิปต์, โดมอินวาลิด สถานที่เก็บพระศพจักรพรรดินโปเลียน เป็นต้น ให้ท่านถ่ายรูปภายนอกกับพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ พิพิธภัณฑ์ทางศิลปะตั้งอยู่ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงที่สุด เก่าแก่ที่สุดและใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ได้รับการออกแบบจากสถาปนิกชาวจีน-อเมริกัน ซึ่งได้เปิดให้สาธารณะชนเข้าชมได้เมื่อปี ค.ศ.1793 มีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่สมัยราชวงศ์กาเปเซียง ตัวอาคารเดิมเคยเป็นพระราชวังหลวง ซึ่งปัจจุบันเป็นสถานที่ที่จัดแสดงและเก็บรักษาผลงานทางศิลปะที่ทรงคุณค่าระดับโลกเป็นจำนวนมาก อย่างเช่น ภาพเขียนโมนาลิซา ผลงานของเลโอนาร์โด ดาวินชี หรือภาพ Venus de Milo ของอเล็กซานดรอสแห่งแอนทีออก ในปี ค.ศ.2006 ซึ่งพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์มีผู้มาเยี่ยมชมเป็นจำนวน 8.3 ล้านคน ทำให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีผู้มาเยี่ยมชมมากที่สุดในโลกและยังเป็นสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุดในกรุงปารีส  จากนั้นนำท่าน ล่องเรือแม่น้ำแซน แม่น้ำสายหลักของนครปารีส ชมทัศนียภาพสองฟากฝั่งและสถาปัตยกรรมอันงดงามของอาคารสวยงามต่างๆ  จากนั้นหากมีเวลาให้ท่านเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมจากร้านค้าปลอดภาษี ไม่ว่าจะเป็น กระเป๋าเดินทางริโมวา, กระเป๋าแบรนด์ดัง รวมถึงน้ำหอมต่างๆ  

ค่ำ                         รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง 

                        นำท่านเดินทางสู่เขตเมืองเวอร์ลิซี่เพื่อนำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมระดับ 4 ดาว หรือระดับเทียบเท่า

 

วันที่สาม           เวอร์ลิซี่-แรงส์-กอลมาร์ (ฝรั่งเศส)

เช้า                   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

                        นำท่านเดินทางสู่ เมืองแรงส์ Reims เป็นเมืองในจังหวัดมาร์นแคว้นชองปาญ-อาร์แดน ในประเทศฝรั่งเศส                  เมืองแรงส์ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส ราว 129 กิโลเมตรทางรถยนต์ (ใช้เวลาเดินทาง                                ประมาณ 2.30 ชั่วโมง) นำท่านชม เมืองแรงส์ Reims เป็นเมืองที่ตั้งของมหาวิหารแรงส์ หรือ มหาวิหารนอ                        เทรอดามแห่งแรงส์ เข้าชม มหาวิหารแห่งแรงส์ Notre Dame Reims Cathedral ของประเทศฝรั่งเศส ที่               เคยใช้ในพิธีสวมมงกุฎกษัตริย์ มหาวิหารที่เห็นในปัจจุบันสร้างบนมหาวิหารเดิมที่ถูกไหม้ไปเมื่อ ค.ศ.1211              ที่พระเจ้าโคลวิสที่ 1 ผู้ถือกันว่าเป็นพระเจ้าแผ่นดินองค์แรกของ  ฝรั่งเศสได้ทำพิธีรับศีลจุ่มจากนักบุญเรมี                      บาทหลวงของเมืองแรงส์เมื่อค.ศ.496 เป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิค ที่มีความสวยงามสร้างขึ้นเพื่ออุทิศ                                    ให้กับพระแม่มารี มหาวิหารนอเทรอดามแห่งแรงส์ได้รับเลือกโดยองค์การยูเนสโก้ให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดก                    โลกเมื่อปี ค.ศ.1991

กลางวัน                                รับประทานอาหารกลางวัน ณ.ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย                  นำท่านเดินทางสู่ เมืองกอลมาร์ Colmar (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง) เมืองเล็กๆ อันเป็นเมืองบ้านเกิดของจิตรกรและช่างแกะพิมพ์ มาร์ติน โชนเกาเออร์ และประติมากรเฟรเดริก โอกุสต์ บาร์ตอลดี ผู้ออกแบบอนุเสาวรีย์เทพีเสรีภาพ เป็นเมืองที่มีความโรแมนติคเมืองหนึ่งของฝรั่งเศส และเป็นสถานที่ที่คู่รักมักจะให้คำสัญญาในความรักระหว่างกันและกัน ด้วยบรรยากาศที่สวยงามและสถาปัตยกรรมของอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ จึงทำให้เมืองกอลมาร์เป็นอีกหนึ่งในสถานที่โรแมนติคในฝันของใครอีกหลายคน  

                        จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมระดับ 3 ดาว หรือระดับเทียบเท่า

ค่ำ                         รับประทานอาหารค่ำที่โรงแรมที่พัก จากนั้นให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย 

 

วันที่สี่               กอลมาร์ (ฝรั่งเศส)-จุงฟราว-อินเทอร์ลาเก้น (สวิตเซอร์แลนด์)

เช้า                   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

                        นำท่านผ่านชม เมืองกอลมาร์ ดินแดนแห่งความงามที่มีอาคารบ้านเรือนสวยงาม มีจุดเด่นอยู่ที่ความงามของดอกไม้ที่มีอยู่ทั่วเมือง (ในช่วงฤดูร้อนและช่วงฤดูหนาวจะมีสเน่ห์กันไปคนละแบบ) จัดเป็นอีกเมืองที่ถูกจัดให้เป็นเมืองที่มีความโรแมนติค จนได้รับการขนานนามว่า ลิตเติ้ลเวนิซ Little Venice ปัจจุบันเมืองเก่าแก่แห่งนี้ได้กลายเป็นเมืองที่น่ามาเยือนเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศฝรั่งเศส เป็นเมืองที่มีลักษณะสถาปัตยกรรมและบรรยากาศของเมืองโบราณ มีบ้านเรือนที่สวยงาม และได้รับการดูแลรักษาไว้เป็นอย่างดี บ้านเรือนแบบนี้ เรียกว่า Colombage ในภาษาฝรั่งเศส หรือ Fachwerkhaus ในภาษาเยอรมัน เป็นบ้านครึ่งไม้ซุงซึ่งเป็นแบบบ้านที่เป็นเอกลักษณ์และเห็นได้ทั่วไปในแคว้นอัลซาส ลักษณะพิเศษของบ้านจะขึ้นโครงบ้านด้วยไม้ทั้งหลังรวมทั้งหลังคาก่อน จากนั้นก็จะโบกปูนระหว่างช่องไม้แล้วทาทับด้วยสีสันสวยงามตามใจเจ้าของบ้าน เมืองนี้ยังมีคลองน้ำไหลผ่านมีทัศนียภาพงดงาม จากนั้นนำท่านเดินทางข้ามพรมแดนสู่ เมืองกรินเดอร์วาลกรุน (Grinderwald Grund) ชุมชนเล็กๆ น่ารักในเขตประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ชั่วโมง) นำท่าน ขึ้นรถไฟฟ้า (Cog Wheel) สายจุงฟราวบาห์เนน (Jungfrau Banen) สู่ ยอดเขาจุงฟราว ซึ่งตลอด 2 ข้างทางท่านจะได้สัมผัสกับธรรมชาติของภูเขาที่มีหิมะปกคลุมและแนวป่าสนที่งดงาม ระหว่างการเดินทางรถไฟจะจอดให้ท่านชมความงดงามและยิ่งใหญ่ของเทือกเขาแอลป์ ชมธารน้ำแข็งที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก จนเดินทางถึง ยอดเขาจุงฟราวยอร์ค  ซึ่งมีความสูงกว่า 3,571 เมตรจากระดับน้ำ
ทะเล และได้รับการขนานนามว่า
TOP OF EUROPE ที่เพิ่งฉลองครบรอบ 100 ปี ของการก่อสร้างเส้นทางรถไฟสายนี้ เมื่อ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ ค.ศ.2012 ให้ท่านเดินชมประวัติของการก่อสร้าง

กลางวัน                รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมืองบนยอดเขา Top of Europe Restaurant

บ่าย                        นำท่านชมวิวสวยและสัมผัสอากาศที่หนาวเย็นบนสถานีตรวจวัดสภาพภูมิอากาศ Sphinx จากนั้นนำชม ถ้ำน้ำแข็ง ที่ได้รับการขุดเจาะและตกแต่งไว้อย่างงดงามก่อนให้เวลาเดินเล่นสบาย ๆ หรือซื้อไปรษณียบัตรส่งกลับบ้านจาก TOP OF EUROPE  สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางลงจากจุงฟราว สู่สถานรถไฟฟ้า เมืองเลาเท่นบรุนเน่น โดยเป็นเส้นทางรถไฟอีกด้านหนึ่ง (แวะเปลี่ยนรถไฟที่สถานีไคลน์ไชเด็ค จุดเปลี่ยนรถไฟ ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 เคยเสด็จเมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2440) นำท่านเดินทางเข้าสู่ เมืองอินเทอร์ลาเก้น Interlaken เมืองสวยในหุบเขาที่ตั้งริมฝั่งของ 2 ทะเลสาบ คือทะเลสาบธุนน์และเบรียนซ์ อยู่เหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 570 เมตร ถูกโอบล้อมด้วยภูเขา ทุ่งหญ้า ทะเลสาบและสวนผลไม้ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) ชมเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศสวิตเซอร์แลนด์และคึกคักตลอดปี มีความงดงามและบรรยากาศที่เงียบสงบและอาคารโบราณจากยุคศตวรรษที่ 19 ส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้สไตล์สวิสชาเล่ต์ ในย่านถนนโฮอีเวก Hoheweg ศูนย์กลางการช้อปปิ้งในอินเทอร์ลาเก้น และยังเป็นที่ตั้งของเมืองที่เป็นจุดเริ่มต้นสู่ยอดเขาจุงฟราวที่เป็นส่วนหนึ่งของแนวเทือกเขาแอลป์ฉายา Top of Europe ให้ท่านมีเวลาเดินเล่นหรือเลือกซื้อสินค้าของฝากหรือสินค้าคุณภาพดีของสวิส

ค่ำ                    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน

                        จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมระดับ 3 ดาว หรือระดับเทียบเท่า

 

วันที่ห้า             อินเทอร์ลาเก้น (สวิตเซอร์แลนด์)-เวนิสมาสเทร่ (อิตาลี)

เช้า                   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

                                นำท่านเดินทางข้ามพรมแดนสู่ประเทศอิตาลี เดินทางสู่ เมืองมิลาน Milan หรือ มิลาโน Milano ในภาษา

                        อิตาเลียนซึ่งป็นเมืองสำคัญในภาคเหนือของประเทศอิตาลี เมืองแห่งแฟชั่นดีไซน์เนอร์ชื่อดังของอิตาลี (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง)

กลางวัน                                รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน

บ่าย                        นำท่านชมภายนอกและถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับความยิ่งใหญ่ของ มหาวิหารแห่งเมืองมิลานหรือมิลานดูโอโม ที่สร้างโดยสถาปัตยกรรมแบบนีโอโกธิคที่งดงามด้วยอาคารขนาดใหญ่เป็นอันดับสามในยุโรปที่มียอดแหลมนับร้อยยอดและภายในยังสงบเงียบแต่สวยงามด้วยกระจกสีสเตนกลาส ซึ่งสร้างขึ้นในยปี ค.ศ. 1386  ในบริเวณเดียวกันยังเป็นที่ตั้งของแกลเลอรี่ วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล ที่นับว่าเป็นช้อปปิ้งอาเขตที่สวยที่สุดในอิตาลี มากว่า 100ปี ถ่ายรูปกับอนุสาวรีย์ของ ลีโอนาร์โด ดาร์วินชี จิตรกรเอกที่โด่งดังจากภาพโมนาลิซ่า  จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเวนิส Venice Mestre ตั้งอยู่ในเขตแคว้นเวเนโต้ เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนเป็นจำนวนมากมายในแต่ละปี (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง)

ค่ำ                    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมระดับ 4 ดาว หรือระดับเทียบเท่า

 

วันที่หก             เวนิส-ปิซ่า (อิตาลี)

เช้า                   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

                        นำท่านสู่ ท่าเรือทรอนเชตโต้ เพื่อข้ามสู่ เกาะเวนิส อดีตเมืองที่เคยร่ำรวยที่สุดแห่งหนึ่งในยุคกลางเกาะ

                                เวนิสประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่กว่า 118 เกาะ และมีสะพานเชื่อมถึงกันกว่า 400 แห่งที่ศูนย์กลางอยู่ที่

                        จัตุรัสเซนต์มาร์ค หรือ ซานมาร์โค ชุมชนที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะต่างๆ ของเมืองเวนิสที่มีคลองต่างๆ มากมายนับร้อยแห่ง นับเป็นบรรยากาศที่ไม่มีที่ใดเหมือนและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะเมือง ชมสะพานสะอื้นที่เชื่อมระหว่างคุกหลวงและพระราชวังดอร์ดจชมวิหารเซนต์มาร์คที่งดงามด้วยการประดับด้วยโมเสคหลายล้านชิ้น เดินชมตัวเมืองจนถึงสะพานริอัลโตที่ทอดข้ามแกรนด์คาเนลอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเวนิส

กลางวัน                                รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย                        ล่องเรือกลับสู่ฝั่งเมสเทร่ Mestre จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองปิซ่า (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4.30 ชั่วโมง) อีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวชื่อดังของประเทศอิตาลี อดีตเมืองท่าเรือชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และเป็นที่ตั้งของหอเอนปิซ่า ผ่านชมความงดงามของทัศนียภาพที่งดงามเป็นระเบียบของบ้านเมืองและบ้านเรือนต่างๆ  นำท่าน ชมหอเอนปิซ่า  Pisa Tower, Leaning Tower นำท่านชม 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก หอเอนปิซ่า ให้เวลาท่านเดินเล่นถ่ายรูปกับหอเอนปิซ่า ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นหอระฆังแห่งวิหารประจำเมือง แต่เพียงการเริ่มต้นของการสร้างถึงบริเวณชั้น 3 ก็เกิดการทรุดตัวและต้องหยุดการก่อสร้างจนถัดมาอีกร่วม 100 ปี ถึงได้สร้างต่อจนเสร็จสมบูรณ์และยังเป็นสถานที่กาลิเลโอ เคยมาพิสูจน์เรื่องแรงโน้มถ่วงของโลก และการตกของวัตถุด้วย

                        จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมระดับ 4 ดาว หรือระดับเทียบเท่า

ค่ำ                     รับประทานอาหารค่ำที่โรงแรม จากนั้นให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย

 

วันที่เจ็ด                        ปิซ่า-โรม (อิตาลี)

เช้า                   รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

                                นำท่านเดินทางสู่กรุงโรม เมืองหลวงและเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศอิตาลี แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวมากมายจากทุกมุมโลกต่างเดินทางมากรุงโรม เพื่อชื่นชมกับสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์แห่งความยิ่งใหญ่ โรมเป็นมหานครที่มีสีสันเฉพาะตัว คลาคล่ำไปด้วยผู้คนและนักท่องเที่ยว (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง)  

กลางวัน                                รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน

บ่าย                        นำท่านชมเมืองหลวงที่ยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิโรมันมีอายุเก่าแก่กว่า 2,000 ปี นำท่านสู่นครวาติกัน ซึ่งเป็นรัฐอิสระและศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ให้ท่านถ่ายรูปภายนอก มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ St.Peter’s Basilica แห่งนครรัฐวาติกันที่งดงามด้วยศิลปะในยุคเรอเนซองส์และยังได้รับการตกแต่งอย่างโอ่อ่าและหรูหรา มียอดโดมขนาดใหญ่ที่หาชมได้ยาก ซึ่งปัจจุบันล้วนแต่เป็นสิ่งล้ำค่าของประเทศอิตาลี  ให้ท่านถ่ายรูปกับจัตุรัสหน้าวิหารเซนต์ปีเตอร์ ที่ท่านอาจเคยเห็นจากการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ในช่วงเวลาสำคัญๆ ของคาทอลิค จากนั้นนำท่านชมภายนอกพร้อมถ่ายภาพของ สนามกีฬาโคลอสเซี่ยม สิ่งก่อสร้างที่เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ซึ่งเป็นสนามกีฬายักษ์ที่จุคนได้กว่า 50,000 คน  ถ่ายภาพกับประตูชัยคอนสแตนติน สัญลักษณ์แห่งชัยชนะ ผ่านชมอนุเสาวรีย์ของพระเจ้าวิคเตอร์เอ็มมานูเอ็ลหรือพระบิดาของชาวอิตาเลียน ผ่านชมร่องรอยของศูนย์กลางแห่งจักรวรรดิ์โรมันที่ย่าน โรมันฟอรั่ม ที่เปรียบเสมือนใจกลางเมืองหลวงในอดีต ผ่านชมสนามม้ากรีฑาเซอร์คัส แมกซิมุส  ก่อนนำท่านสู่บริเวณ น้ำพุเทรวี่ Trevi Fountain หนึ่งในสัญลักษณ์ที่สำคัญของกรุงโรม สถานที่นักท่องเที่ยวมาโยนเหรียญเสี่ยงทายตามเรื่องราวจากภาพยนตร์เรื่องThree Coins in The Fountain ให้เวลาท่านชั่วครู่ ก่อนนำท่านมาเดินเล่นบริเวณ ย่านบันไดสเปน Spanish Step แหล่งช้อปปิ้งแบรนด์เนมที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงโรม และหากมีเวลาให้ท่านได้มีโอกาสเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมจากร้านค้าปลอดภาษี อาทิ Rimowa, Furla, Gucci, Longchamp, Tissot, Michael Kors, Bally, Armani, Kipling เป็นต้น (เพื่อความสะดวกในการเดินเล่นชมเมืองและเลือกซื้อสินค้าของท่าน ให้ท่านอิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย)   

                        จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมระดับ 4 ดาว หรือระดับเทียบเท่า

 

วันที่แปด           โรม (อิตาลี)

เช้า                   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม 

                                สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบินลีโอนาโด ดาวินชี ประเทศอิตาลี

13.55 น.                            นำท่านออกเดินทางจากกรุงโรม โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG945

 

วันที่เก้า                        กรุงเทพฯ

05.45  น.               เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ...

**กรณีที่บางท่านเดินทางมาจากต่างประเทศหรือต่างจังหวัดกรุณาตรวจสอบเวลาการเดินทางแต่ละ    กำหนดการเดินทางอีกครั้งก่อนทำการจองตั๋วโดยสารส่วนตัวของท่าน เนื่องจากรายการทัวร์เป็น               รายการซีรี่และได้มีการดำเนินการไว้ล่วงหน้าหลายเดือน เมื่อเปลี่ยนฤดูกาล เวลาการเดินทางอาจมี               การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย**